A ติ 的个人资料❤ (¯`v´¯) °•.★* ⓁⒶⒼⓊⓃⒶ ...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


1月3日

I wanna with you

I wanna with you

I hear the raindrops falling at the windowpane.
Every kiss from you is driving me insane.
Every night I wanna feel you lying next to me.
I wanna hear you say... you wanna be with me.

Every single light just show us how beautiful you are.
You're always with me, doesn't matter if you're far.
We're together... one and one makes one, not two.
I want you to know... "I wanna be with you"...

When I look into your eyes my heart just stops to beat.
When I feel your body, I love to feel your body heat.
When I feel your breathing I just have to close my eyes.
I know emotion never lies.

I wanna dance with you to every single song.
Walking next to you a million miles can't be too long.
We belong together and you know it must be true
'cause you wanna be with me, and... I wanna be with you.

12月25日

happy new year

ปีใหม่ แล้ว อันที่จริงก้าเหลืออีกไม่กี่วัน ตั้งหาก ก็ จะขึ้นปีใหม่แล้ว
 
ดีจัง ชอบ ช่วงนี้ สุดๆ เลยอ่ะ ช่วงเวลา ที่เหมือนก้าน ฉลอง อากาศที่นี้ ก็หนาวด้วย
แต่ดู เหมือน มัน จะหนาว มากเกินไป สะหน้อย เวลาอาบน้ำโครตจะหนาวเลย
เราไม่อยากให้อากาศ หนาวหายไปเลยอ่ะ
ชอบมากๆเลยอากาศหนาว เราว่ามันดูอบอุ่นดี ...(^^)
ดูเหมือน จะติ่งต่อง น่ะ แต่เรา รู้สึกแบบนั้น จริงๆ
เราไม่ ชอบอากาศ ร้อนเอามากๆเลยอ่ะ
ฟังเพลง หนาวนี้แล้ว เข้า กับช่วงนี้ดีหว่ะ
 
วันนี้ วันคริสมาส สิ
จริงๆแล้ว มันก้า แค่วัน ธรรมดา วันหนึ่ง
ก็เรา ไม่ช้า คริส นิ จะมีความผูกผันอะไร กับ วันนี้มากหนักหนา
แต่ เราก็ชอบ น่ะ กับวัน ที่ เหมือน เฉลิมฉลองอ่ะ
จริงๆ แล้วอยากไป เดิน แถวสยามหว่ะ น่าจะสนุกดี อากาศ ก็ ดี ยิ่งช่วงหัวค่ำ ก็ ยิ่งมี แสงไฟ
คิดว่าน่า จะสวยดี
 
ปีใหม่ เสียดายที่ปีนี้
จะเป็น ปีใหม่ที่ไม่ ค้อยดีเท่าไร
เพราะ เดี่ยว หลัง จากนี้ไม่นานก็ต้องสอบ
อยากอ่านหนังสือไปก่อน จัง
แต่ก็ทำไม่ได้อ่ะ
อ่านได้หนิดเดี่ยวก็ ว่างหนังสือตลอดเลย
 
พูดถึงปีใหม่ อยากออกไปเดิน ราชประสงจัง
ตอนอยู่นคร ยังอยากมาเดิน เลย
ถ้าอากาศหนาว ตอนนั้น ก็คงดี น่ะ
จะได้ เดินไม่ เหนื่อยมากๆ
แต่ อันที่จริง ยังไม่รู้เลย ว่าจะได้ไปที่ไหน
หวัง ว่าคงไม่ต้องนอน อยู่ที่หอ น่ะ
ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย
 
 
ปีใหม่ เราชอบคิดน่ะ ว่า ปีใหม่ จะเริ่มอะไร ใหม่ ๆ
อยากทำอะไร ตั้งมากหมาย
แต่ไม่รู้สิ สิ่งที่เรา อยากเริ่มทำใหม่ ปกติจะไม่ได้อยู่ ช่วงปีใหม่น่ะ
ส่วนมาก มัน จะเป็น เริ่มเทอม หนึ่งอ่ะ
เรา ชอบ คิดว่า จะ เริ่ม ตั้งต้นให้ ดี
อ่านหนังสือ ให้มาก ตั้งแต่ ต้นเทอม
ทำงานตามที่ จาร สั่งทุกครั้ง
เรา ยัง จำ ความคิดนั้นได้ ตลอดเลย
เรา คิดมาเกือบ ทุกปี
ตั้งแต่ จำความได้
แต่ ..................................เราก็ไม่ เคยทำมันได้ สักครั้ง
ที่จำมันได้ แม่นๆเลย ก็ตอน ขึ้น มอหนึ่ง
จากโรงเรียน ประธม มาอยู่มัธยม มันเหมือน การเปลี่ยนใหม่ทุกอย่าง
เพื่อนก็มีใหม่ โรงเรียนก็ใหม่ และก็ รู้ว่าทำไม่ได้
จากนั้น เราก็ คิด แบบ นี้ ทุกปี
มาจำได้ ใหญ่ๆ อีกที ก็ ตอน แยกแผน
คิดว่า อยากที่ จะตั้งใจ เอาใหม่ แล้ว และต้องทำให้ได้
เรียน มอปลาย ก็จะทำ ตัวดีๆ
5555555555+ แต่ ก็เหมือน เคย รู้ๆ ก้านอยู่
ทำไม่ได้อีกแล้ว งานก็ ลอกของเพื่อน เหมือน เดิม
สอบก็ไม่เคยอ่านหนังสือ นั่งเรียนก็นั่งหลับ ทุกอย่างเหมือน กับตอนที่ มีความคิด ครั้งแรก
แถม เราว่ามัน ยัง จะหนัก เข้าไปอีก
 
เอาใหม่แล้ว มาอยู่ มหาลัย เรา จะตั้งใจเรียน
นี้คือสิ่งที่เราพูดกับตัวเอง ในตอนนั้น ตอนที่จะเข้ามหาลัย
แต่เรียนๆ ไปก็ทำไม่ได้ เรียน เหมือนเดิมทุกอย่าง
 
มาช่วงนี้จะใกล้สอบ ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
เอาเถอะน่ะ เราจะเริ่มอ่านแล้ว จะได้มาดูกัน ว่า เราจะทำได้ หรือป่าว
 
เหอะๆๆ ช่างมันเถอะ เดี่ยวก็ผ่านช่วงสอบไปได้ น่ะ
 
 
 
 
ปีใหม่ไป เที่ยวไหน ก้านบ้าง
อิดฉา น่ะเว้ย
ไอพวกสอบเสร็จแล้วอ่ะ ไม่ก็ไอ พวกที่สอบเสร็จก่อนปีใหม่ อ่ะ
อ้านที่จริงกูก้า ต้องอิจฉา พวกมึงทุกคนนั้นแหละ
เพราะ คงมีแต่ คณะ กูที่บ้าอยู่ คณะเดี่ยว
กลับบ้าน ก้านหมดอ่ะดิเมิง
กูว่า อย่ากลับเลย
เที่ยวที่นี้กับกูดีกว่า  (^_______^)
 
 
สอบอยู่ก็ ตั้งใจอ่านก้านหล่ะเมิง (บอกคนอื่นอ่ะ กูบอกได้ แต่ทำเอง ไม่ได้หรอก)
ไม่อ่านก็ โชคดีเมิง เดาไงก็ขอให้ถูกหล่ะก้าน ดวงเข้าข้างพวกเมิงอยู่แล้ว
 
ไปแล้วอยาก บอกว่าคิดถึงเพื่อน ทุกคนมากหมาย
 
 
 
 
ปล.            อากาศดูแล ตัวเอง ดีๆ หล่ะเมิง กูเป็นห่วง (ไม่ต้องหัวเราะเลย เมิง กูพูดดี ก็หัวเราะ ตลอด)
                เหมือนที่เมิงว่าเลย ไออูน กูอ่านไปก็เท่านั้นอ่ะ กูคงอ่านได้ ครั้งเดี่ยว และมันก็จริงหว่ะหลังจากมิดเทอมแรกกูไม่ได้ อ่าน จริงๆเลย
                กู พูดๆ จริงน่ะเว้ย อย่ากลับบ้านเลย อยู่ เที่ยว กทม กับกูดีกว่า
                ไง กูไม่ได้ แช่งน่ะเมิง จะกลับวันนั้น อ่ะ คนเยอะ เหี้ยๆ อ่ะ
                คิดว่า จะไปจองตัวรถวันนั้นอ่ะ อย่าเลย หมดแน่ๆ บ้านไม่หนีไปไหนหรอกเมิง
 
 
 
 
ดีใจได้เพื่อนอย่างพวกมึงเสมอ  โชคดีเมิง
 
เออ ลืม บอกไปเลย  Happy new year น่ะเมิง
 
 
12月16日

..

หวะดีเพื่อน  Hello 
ไม่รู้ว่าจะเริ่ม ยังไงเหมือนกัน
 
 
 
 
สบายดีกันอยู่ รึป้าว
 
 
 
 
 
 
 
หวังว่าจะ สบายดีน่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่กู วันนี้ ไม่ค้อยสบายเลยหว่ะ
เจ็บคอ จะตายอยู่แล้ว
ไอทั้งวันเลยหว่ะ
 
 
 
 
 
 
 
แต่ไม่เป็นไรเดี่ยวก็คงจะหาย
 
 
 
 
 
 
 
แต่หวังว่าพวกเมิง คงสะบายดีน่ะ
 
 
 
 
 
 
 
ปีใหม่นี้ ต้องมานั่งสอบอ่ะ
ไม่ดีเท่าไรเลย
เพื่อนเค้าสอบก้านไปหมดแล้ว
เที่ยวก้าเที่ยวไม่หนุกเท่าไร
 
 
 
 
 
 
 
แต่ก็ช่างมันเถอะ
จะเข้าหน้าหนาวแล้ว
อากาศเปลี่ยนแล้ว ดูแลตัวเองดีๆน่ะเมิง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รักพวกมึง มากมาย 
        
             
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
12月14日

สักวันหนึ่ง

สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากร้องไห้
++โทรมา
++เราสัญญาไม่ได้
++ว่าจะทำให้เธอหัวเราะ
++แต่เราจะร้องไห้ไปกับเธอ
 
สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีจากทุกสิ่ง
++ไม่ต้องกลัวที่จะโทรหาเรา
++เราไม่สัญญาว่าจะขอให้เธอหยุด
++แต่เราจะวิ่งไปกับเธอ
 
สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกไม่อยากจะฟังคำพูดของใคร
++โทรหาเรา
++เราสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ
++และเราสัญญาว่าจะไม่พูดอะไร
 
แต่ถ้าวันหนึ่งเธอโทรมา
แต่ไม่มีใครรับสาย
++รีบมาหาเรา
++เพราะเราอาจต้องการเธอ
++เพราะเราไม่เคยปฏิเสธเธอ
 
ขอโทษ...
++ถ้าเราทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเสียใจ
 
ขอโทษ
++ถ้าเราเคยคิดว่าเราดีกว่าหรือเหนือกว่าเธอ
 
เรารักเธอนะ...
อย่าลืมเรื่องนี้ล่ะ! ไม่ว่าจะในเวลาที่สุขหรือเศร้า
เราจะอยู่ที่นี่เพื่อเธอ
 
ขอโทษ...
++สำหรับความผิดทุกอย่างที่เราได้ทำไป
 
เราเขียนนี่ขึ้นมาเพื่อ ...
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้
 
++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้บอกลา
หรือกอดเธออีกซักครั้ง
 
++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้พูด ขอโทษ หรือ รัก
 
 
 
 
 
 
10月12日

]-[ a p p y

 
 
^____________________^
 
 
สอบเสร็จแล้ว
จะดีใจดีไมเนี้ย
ช่างมันเถอะ ถึงจะทำไม่ได้
ยังไงมันก้า จบไปแล้ว
จะได้กลับบ้านแล้ว
 
 
ผ่านวันเกิดไปอีกปีแล้ว
ม่ะเห็นได้ของขวัญเลย
แถมวันเกิดปีนี้ยังซวยสุดๆ
ดันมาตรงกับวันสอบ
ต้องมานั่งอ่านหนังสือบ้า ในคืนวันเกิด
จะมีอ่าไรดีกว่านี้อีกไม เนี้ย
 
 
เช้าพรุ่งนี้ก้า คงอยู่ที่บ้านแล้ว
ตอนเดินเข้าบ้าน จะรู้สึกไงอ่ะ
ไม่ได้ เดินเข้าบ้านมานาน
ห้องนอน เตียงนอนอุ่น ทีวีดู (ทีวีที่นี้ก็มี แต่ดันมาเสีย โครตซวย)
ที่สำคัญที่สุด ตู้เย็น อาหาร อยากกินเมื่อไรก้าได้
กลับบ้านน่าจะกลายเป็นหมู แน่เลย
 
 
 
กลับไป เพื่อนก้า กลับมาไม่ ครบ
เซงอ่า กลับมาก้านหนิดเดี่ยวเอง
บางคนก้า ต้องรีบกลับมา เรียนก่อน
แล้ว กู เปิดตั้ง 9 พย หนุ
จะอยู่บ้านทำอ่าไร
น่าเบื่อตายเลย ไอตอนนี้อ่ะ
มันอยากกลับก้า จริงแต่ อยู่ได้ไม่นาน
เดี่ยวก้าบ่นว่าเบื่อไม่อยากอยู่บ้าน
 
 
 
....
ให้ได้แบบนี้สิ
 
 
อยากกลับไปเล่นบอลแล้ว
หวังว่านั้น ฝนคงไม่ เสือกตก ตอนกู กลับน่ะ
 
 
 
 
 
 
10月1日

คิดถึงเพื่อน

DDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDDD
    
 หวัดดี     ^____^
 
ตอนนี้ ยิ้มได้ไม่ กว้างเท่าไร เลย
แต่นี้ก้า ยังดีน่ะ ที่ทำงาน เสร็จแล้ว กว่า จะเสร็จ ทียู 130 แทบตาย
........... อ้านที่จริง ก้าไม่ได้ทำอ่าไร เท่าไร หรอก     --"  
 ต้องขอบคุณ สน มากกว่า Thank U จริงๆ
 
วันนี้ก้า ต้นเดือนแล้ว อีกสิบ วันก้าจะได้ กลับบ้านแล้ว
รอ อีกแปปเดี่ยว น่ะ
แต่เค้าบอกว่า สับดาที่ ต้องสอบ มันเหมือนสับดานรก
อ้านนี้ น่าจะจริง
 
อิอิ แต่ก็ จะผ่านไปให้ได้ อยากกลับบ้าน
 
วันนี้ไอฉัตรมาที่ มหาลัย
ไม่ได้อ่านหนังสือเลย
อ้านที่จริงก้าไม่ได้อ่านเองแหละ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ถึงเพื่อน ทุกคน คิดถึง
 
 
 
คิดถึง คิดถึง           คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
 คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คิดถึง คิดถึง
คิดถึง
 
 
 
เพื่อน ทุกคน
 
 
 
 
 
 
to .......all of my freinds     I miss U so much
            
 
 
                ...my freinds in     606  
 
 
            bank ( ลูกไก่ ) หวังว่า วิดวะ มหิดล คงจะ อยู่ดี น่ะ
                     Thank U มาก ๆ ที่อยู่กับกู พากู ไปตอนไปมหิดล ดีจัยหว่ะ โทรไปแปปเดี่ยว เมิงก็ รีบมาหากู
 
            best    เด็กรั้ว จามจุรี ตอนนี้ย้อมผม สีทองแล้ว
            pee & sor  วิ่งหลบระเบิดให้ดีๆ น่ะ รวมถึง เพื่อนที่ มอ ทุกคนน่ะ
            palm    เห็นว่ากินเด็ก เหรอเพื่อน
            mink  ทำไม ใช้หลายเบอร์จังหวะ นั้นแหละ โทรสับหายเลย
            p' seng  เป็นไงบ้างลูกพี่
            deaw  คิดถึง มึงโครตๆๆๆเลย เพื่อน อยากเจอ เมิงหว่ะ อย่าอยู่แต่ในเรือ น่ะเมิง ขึ้นฝั่งบ้าง
            eak  เภสัช ศิลปากร จีบหญิง กี่คนแล้วเมิง ....สบายดีป้าวไม่ได้ คุยกับเมิงเลย
            oak  กลับบ้านแล้วไปเล่นบอลกันน่ะเว้ย
            Ja  ann   bow  kik    ขอบคุณสำหรับ การบ้านและงาน ตลอดมา
            bow khem เป็นไงบ้าง หวัดดี มิว ด้วย
             doaw  ขอคุณน่ะ และก็ขอโทษในบางเรื่อง            
 
 
            to   my freinds in saifah
          ขอบคุณ มากๆ สำหรับ งานกีฬาพรรค หลังจากจบมา ก็ไม่ได้ ขอบคุณ อะไร จริงๆดีจัยได้เพื่อนอย่างพวกแก ทุกคน มาอยู่ ในพรรค น่ะ
 
           to   my freinds in studentcom
           fai ทึก เป็นไงบ้างหว่ะ แกเรียนหนักป้าวอยู่ทะเลอะ
           jane  ท่านประธาน วิดวะเคมี สอนเคมีกูหน้อย เรียนไม่รู้เรื่อง
           pa & yui  เรียน ก้านดีป้าว อยู่เกษตรอ่ะ
           win  เป็นไงบ้างอ่ะ เรียนหนักป่ะ นอนบ้างน่ะเว้ย เหนว่าเป็น ประธานรุ่นด้วยไม่ช้ายเหรอ ฝากหวัดดีไออ๊อฟด้วย
            โบ กวาง เลขา  เรียนก้านดีป่ะ
            ชะใหม่ ชะมัด คิดถึงน่ะ
 
 
 
           น้องๆที่เบญ หวังว่า สบายดีก้านแหละ เข้ามหาลัยให้ได้ หล่ะ
           ไอหมี ยอด อาร์ม มีน อ๊อฟ  เอิง ฝน อ๊ะ บุตร จิด ดูด กรรมการ
           บีบี  อย่ากินให้มากหล่ะน้องพี่
 
 
 
           เพื่อนของกู
           พวกราม นายหัวนิว ไอบะบะบะบ่าว เฮียเต็ม ชาย เนรต อยากกินเหล้ากับพวกเมิง อีกหว่ะ
           โม มึงหน้านแหละ หลบระเบิดให้ดี ๆ น่ะ
           แมน   นวล  กลับบมาแล้วเจอก้าน จ่าแมน
           เกด ตั้งจัยเรียน น่ะคุณหมอ
           อูน อย่ากินให้ มากหล่ะแก ยังไงก้าได้ คุยกะแก บ่อยอยู่แล้ว นี้หว่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
       ไม่รู้ บอกอะไรแล้ว
        คิดถึงมาก จริงๆ อยากเจอมากๆ อยากจะถามอะไรด้วยตัวเอง อยากเจอหน้ามากๆ
        ขอบคุณสำหรับ สามปี น่ะ ที่ผ่านมา มันเป็น ช่วงเวลาดี มากๆ สำหรับเรา จริงๆ
        ผ่านมาแล้ว เกือบ ครึ่งปี แต่เรายังรู้สึกเหมือน เมื่อวานนี้อยู่เลย 
 
 
 
 
9月19日

เด เพื่อน ทุกคน

หวะดีๆๆๆ ~~~~~
ตอนนี้ ใกล้ จะสอบแล้ว อ่ะ แต่ยังไม่ได้ เริ่มอ่านเลย
--" งานก้ามี อีกเยอะมากๆๆ
แถมงาน ที ยู 130 ก้ายังไปไม่ ถึงไหน เลยอ่ะ
แล้วนี้ ตู จะไหว ม่ะเนี้ย
ปลายภาคดันมีแล๊ป ด้วยอ่ะ
แต่ที่ ดัน โครตจะสุดซวย คือ มันดันบ้าสอบวัน ละ สองตัวติดกัน 3 วัน
 
 
ตอนนี้ อยากกลับบ้านแล้ว อ่ะ
ตอนแรก คิดว่า มาเรียน แล้วไม่ อยากกลับบ้าน
แต่............ ไม่เหมือนที่ คิดเลย
โครตจะอยากกลับ
 
อยากกลับไป นอนที่บ้าน นอนแบบไม่ ต้อง ตื่นขึ้นมา ต้องไปเรียน
ไม่ ต้อง ตื่นขึ้นมา คิดว่า งานจะต้อง ส่งรึป้าว
 
คิดถึงพ่อ กะ แม่
คิดถึง บ้าน ห้องนอน เตียงนอน .. ทุกอย่างที่บ้าน
คิดถึง เพื่อนทุกคน
คิดถึง ทุกอย่างที่นั้น
 
 
อยากเจอ เพื่อนๆ ทุกคนเลย น่ะ ....อยากเจอมากๆ จริงๆ
อยาก กลับนั่งที่ ห้องเรียน ได้ นั่งคุยกับเพื่อน ทุกคน ( แต่ไม่ ให้ อาจารสอนน่ะ )
อยากกลับไป เล่นบอล ที่ลานชงโค สนามบอลที่ เล่นหนุกที่สุด ( ถึงแม้ หนวดจะวิ่งมา จับตลอด มันก้าทำให้ สนุกดี)
อยากกลับไป นั่งร้านน้าแว่น ( ที่ๆ ทุกเย็นต้องนั่งก่อนได้ กลับบ้าน )
อยากกลับไป กินขนมหวานหลังดาว โครตอยาก กินเลย ( ถึงแม้ ราคามัน จะขึ้นก้อตาม )
 
อยากทำ อะไร อีกตั้งหลายอย่าง
ที่อยากกลับไป เพราะมี พวกเมิงอยู่
 
ที่ๆ มีคนที่กู เรียกว่า เพื่อน
 
ps to เพื่อนๆ ที่ มอ คิดถึง มึงหว่ะ ไอผี สอ .... อีกมากหมาย ดูแลตัวเองให้ดี หล่ะไม่ อยากให้ เป็นไร เพิ่ง เจอระเบิด มานี้หว่า
        สอ  เหรอว่า เมิงเป็น คนไปทำ ระเบิดหว่ะ
        
 
        เป็น ห่วงน่ะเว้ย
อันที่ จริงไม่อยากกลับไป เยี่ยม มันเปือง ค่ารถ อ่ะ
 
 
 
 
 
 
 
คิดถึง เพื่อนมากหมาย
miss U
My freinds
 
 
 
 
 
4月23日

my sassy girl 1การรู้จักกันเรื่องแรก /2

ต่อจาก /1
 
 

ผมเหลือบดูเธอตลอดเพราะท่าทางของเธอมันน่ารักจังเลย ข้างหน้าของเธอ หมายถึงคุณลุง หัวเหน่งที่นั่งเก้าอี้ปลายสุดข้างๆ เสาเหล็ก

ผมคุณลุงระยิบระยับด้วยแสงไฟในรถ คุณลุงคนนั้นกำลังนั่งอ่านนสพ.อยู่และยังไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นสัปหงกอยู่ด้านบน

ถ้าผมเอาแต่จ้องเธอละก็ อาจจะทำให้คนอื่นๆคิดว่าผมมีเจตนาไม่ดีกับเธอแน่

ผมเลย หันไปดูป้ายโฆษณาบ้าง มองผ่านหน้าต่างออกไปข้างนอกแต่ดูรอบๆ แล้วคิดว่าคงไม่มีใครสนใจเธอ มีแต่ผมคนเดียวที่จ้องเธออยู่

นั้นอะไรน่ะ ~ !

เอเริ่มทำท่าแปลกๆ อีกแล้ว

สูดลมหายใจลึกๆแต่ทำท่าเหมือนหายใจไม่ออก เอาท้องพิงเสาแหงนหน้าขึ้น ตัวเธอสั่นนิดหน่อย

มันอะไรน่ะ เธอทำแบบนั้นทำไม...?

มันออกจะแปลกๆ อยู่นะ

"อุเว็กเอเอเอก ~ ~ อุเวเวก ~ ~ "

เอาแล้วไงครับ  ~  ! ! !  O,,O;;

ใช่แล้ว, ใช่แล้วครับ!

เธอก่อเรื่องกับลุงหัวเหน่งที่นั่งข้างๆหน้าเธอในชั่วพริบตาเดียวที่มองขณะที่เกิดเรื่องใหญ่นั้น ผมเองเท่านั้น!! ผมคนเดียวที่มองเห็นได้จะจะ แต่หลังจากเกิดเรื่องอ้วกขึ้นมา ทุกคนในรถไฟฟ้าคันนี้ก็หันมาจ้องมองเธอทันควัน

แต่ต่อมา ทุกคนดูราวกับจะนัดกัน เปลี่ยนมาจ้องมองคุณลุงหัวเหน่งกันหมด แล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้น รอบๆบริเวณนั้นอย่างกะทันหัน

อ้าว ~ !! ดูโน้นซิ

"นี่นี่! ตื่นสิ ตื่นขึ้นมาเร็วๆ ~ ~ !!!!"

"คึกคัก!!"
"หึหึ ~!"

เส้นผมระยิบระยับยามต้องแสงไฟของคุณลุงหัวเหน่งเต็มไปด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เหมือนกับเส้นผม

เส้นก๋วยเตี๋ยวแดงๆ ขยายตัว แล้วลื่นไหลลงมาเรื่อยๆ คิดว่าคงเป็นเส้นโกลแบงอี (คล้ายยำวุ้นเส้นแต่ใช้เส้นเหมือนก๋วยเตี๋ยว)

ไหลลงมาบนไหล่ บนท้อง ส่วนประกอบอาการและน้ำของมันย้อยลงมาติ๋ง ติ๋ง! ติ๋ง!

คุณลุงหัวเหน่งคงยังไม่รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองคงประมาณสัก 10 วินาทีได้ เขาเอาแต่นั่งเฉย และกะพริบตาอย่างเดียว แล้วถูหัวด้วยนสพ.ที่อ่านเมื่อตะกี้ ปื้ด ~  ~  ~ ! ให้มันไหลลงมา

มันช่างน่าตะลึงพรึงเพริดจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
น่าสงสารคุณลุงมาก ฮือฮือฮือ ~  ~  ~  !  TT.TT ;;

ทุกคนซึ่งตอนนี้มองดูคุณลุงกำลังถูกหัวและเสื้อด้วยนสพ.โดยไม่พูดอะไรเลย!! ตอนนั้นเอง!! คุณป้าที่นั่งข้างๆ ก็เริ่มพูดว่า

"อะไรกันเนีย! ดูผู้หญิงคนนี้ซิ เป็นบ้ารึเปล่า? เด็กสมัยนี้เนี่ย..."

ผมอยู่ข้างๆ เลยไม่กล้าหัวเราะต่อหน้าคุณลุงคนนี้ แต่ก็แอบคิกคักอยู่ พร้อมรับชมเรื่องนี้อย่างสนุกสนานไปด้วย

วันนี้ได้เห็นอะไรหลายอย่างในรถไฟ เห็นผู้หญิงเมาร้องไห้ด้วยเรื่องนี้... ฮิ ฮิ ฮิ!!!

แต่ว่าเรื่องราวทั้งหมด จะเริ่มระเบิดตั้งแต่ตอนนี้แล้ว!!!

หลังจากได้อาเจียนเต็มที่แล้ว เธอมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มและก่อนที่เธอจะล้มลงไป เธอพูดกับผมว่า

"ที่รัก ~ ! โอ๋ย ~ อุอูก ~ ที่รัก ~ แหวะ ~ !!!" 

ตึงง ~ !
"อุว้ากกกกกก ~ ~ ~ !!!"  @ . @

ขณะที่เธอเรียกผมว่าที่รักนั้น สายตาทุกคู่ในรถไฟหันกลับมารวมศูนย์ที่ผมหมดเลย

"อ้า...!!  อ้าว !! นี่คุณ ! คุณ !!! คุนเป็นขะ... ขะ... ใครกัน? ที่,ที่รักอะไรกัน !!"

ผมตะโกนเหมือนคนบ้า
อ้า....!!!!!!

แต่ว่า... ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว

ผู้หญิงที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผมนั้นล้มลงไปแล้ว ไม่มีใครยอมฟังผมเลย ทุกคนมองอยู่

ป้าข้างๆ ที่ขำจนเกือบตาย นร.ที่ยืนอยู่ที่ประตู ลุงที่เพิ่งตื่น สาวที่ใส่แว่นกันแดด ตอนดึกๆ คงไปทำตาสองชั้นมา และพวกนักศึกษาหญิงชายอีกหลายคน

คุณลุงยืนข้างๆ ผม กำลังแทงผมด้วยนสพ. ป้าที่เมื่อกี้บอกว่าเธอเป็นบ้า ตอนนี้กลับตะโกนใส่ผมว่า

"นี่ ...!! มัวทำอะไรอยู่นะ!"
"หา...! ครับ?? ผะ...ผมเหรอครับ?"

ใช่แล้วครับ ผมกลายเป็นแฟนหญิงขี้เหล้าโดยอัตโนมัติ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษที่โดนรุมประณามจากทุกคน จึงตะโกนกลับไปว่า

"ฮือ ~ !! ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้นะครับ จริงๆ นะครับ ฮืออออ ~ !" TT.TT ;;;

คุณลุงหัวเหน่งหยุดเช็ดหัวให้ก้อนบะหมี่ออกไปแล้วเรียกผมว่า

"นี่ ! มัวทำอะไรอยู่? มานี่สิ !!"

ฮือ! ลุงคนนี้จะต้องฆ่าผมอย่างแน่นอน ผมกลัวมาก จะให้ไม่กลัวได้ยังไงใช่มั้ยครับ? อย่างละล้าละลังนิดๆ... และรีรอ... ผมค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้คุณลุงคนนั้น ลุงคนฟาดผมผลัวะ!!! อะอะอ้าวไม่ใช่ครับแค่จินตนาการของผมเอง (-_-;;)

"มัวทำอะไรอยู่? รีบจัดการเร็วสิ !!"

"อะไรครับ?"

"ก็จัดการเรื่องนี้ไง !!"

แม้ว่าผมพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่ผมอาจจะเป็นคนบ้าก็ได้ ผมกลับยอมรับไปแล้ว
ฮืออออ...... -_-;;

"ฮือฮือ  ~ ! คุณลุงครับ !! ขอโทษจริงๆ ครับ จะให้ผมทำยังไงครับ ?"
"เห็นๆ อยู่ว่าแฟนตัวเองดื่มเหล้าขนาดนั้นแล้ว เธอมัวทำอะไรอยู่ !"

"......"

"อ้าว มัวเป็นบ้าอะไรอยู่"
"ผมจะเช็ดให้เดี๋ยวนี้นะครับ ผมขอโทดครับ คุณลุง"

ที่จริงแล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี ผมแกล้งหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าของผม

ถึงแม้ผมจะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่อะไรที่จะช่วยได้

แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีนอกจากทำแบบนี้ ถ้าผมไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ผมอาจถูกฆ่าตายก็เป็นได้ TT.TT ;;;

ผมไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่พกผ้าเช็ดหน้าไว้ในกระเป๋าตลอดเวลาผมอยากฉีก นสพ. แล้วเช็ดให้แก แต่ก็คงเป็นการเสียมารยาท ไม่ต่างจากเอาน้ำมันไปลาดที่กองเพลิงเลย

หมดกองเพลิงเลย แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว

ผมถอดเสื้อนอกออกแล้ว นี่เป็นเสื้อที่น้องสาวผมเก็บเงินซื้อให้ หลังจากออกมาจากกรมทหารแล้ว...

ผมอยากร้องไห้พราก ~! TT.TT ;;

นึกถึงหน้าน้องสาวผมขึ้นมาทันที ผมต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบนี้ไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม ผมจึงต้องเช็ดเสื้อลุงคนนั้นด้วยเสื้อของผม

ตอนนี้คุณลุงกำลังเช็ดเนคไทด้วยนสพ. ก็เป็นตอนเดียวกับที่ผมเช็ดหัวคุฯลุงอยู่

เส้นโกลแงอีพันกับเส้นผมของคุณลุงที่มีอยู่ไม่กี่เส้นอย่างซับซ้อน -_-;;

ถ้าถูพลาดแล้วทำให้ผมของแกร่วงมาละก็ แกเอาผมตายแน่ คุณป้าที่เมื่อกี้กำลังจะพูดอะไรกับผม แต่ผมแกล้งทำเป็นยุ่งอยู่ป้าแกเลยหันไปพูดกับป้าอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แทน

"เด็กสมัยนี้นะคะ ใช้ไม่ได้เลย ลูกสาวฉันนะคะ เหล้าก็ไม่กิน แถมยังเรียนหนังสือเก่ง ไม่เถลไถลเวลาดึกๆดื่นๆ ขนาดนี้ด้วยนะคะ"

"เหรอค้า ~,นั้นสินะคะ ลูกสาวฉันก็เหมือนกัน แกไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังเลยค่ะ"

เรื่องนี้ใกล้จะจัดการเรียบร้อยแล้ว ดูลุงเขาก็ไม่เป็นไรแล้ว เว้นแต่เสื้อที่เปียกนั้น แต่ผมก็ช่วยให้ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ซึมเข้าไปในเสื้อหายไปไม่ได้

"คะ...คะ...คุณลุงครับ ผมขอโทดจริงๆ ครับ"
"ขอโทดหรอขอโทแล้วมันจะช่วยอะไรได้ฮะ"

"ขะ...ขอโทดครับแล้วผมจะจ่ายค่าซักเสื้อให้นะครับ"

"นี้แก!! ยังเปน นร. ใช่ม่ะ ไม่ต้องแล้วบ้าจริง"

"....."

เรื่องมันก็จบลงแบบนี้แหละครับ

พอจัดการเรื่องนี้เสร็จ ผมก็ต้องจัดการอีกเรื่องนึง ก็คือแฟนผม (?) เธอกำลังนอนแผ่หราอยู่หน้าประตู - -;;

รถไฟฟ้าถึงสถานีและประตูกำลังเปิดพอดี ผมอยากจะรีบวิ่งไปเตะให้เธอออกนอกประตูไปซะ

คนที่กำลังเดินเข้ามาในรถพอเห็นเธอก็ต้องกระโดดข้ามไป แล้วมองดูลุงหัวเหน่งกับเธอที่กำลังนอนสลับกันอยู่แว่ยนึงกว่าจะรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน

ทุกคนในรถไฟยังจ้องมาที่ผมอยู่ ดูว่าผมจะทำอะไรต่อไปใครที่บังเอิญสบสายตากับผมก็จะหันไปหัวเราะคิกคักกัน

ผมอยากจะบ้าตาย ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าเหมือนดูลิงในสวนสัตว์

แล้วผมก็นึกได้ว่า ถ้ายังปล่อยเธอแบบนี้อีกเธอคงต้องเจ็บตัวแน่

ลย ผมเดินเข้าไปใกล้เธอทีละนิดๆ สายตาทุกคู่ก็ตามผมมาเหมือนกัน Shit!!!

ผมอุ้มเธอขึ้นมาแล้วก้าวไปที่เก้าอี้จับเธอให้นั่งไว้!!!

5555 ~!!!

ผมเป็นบ้าหรอครับ?

ที่จริงแล้ว ผมจับขาข้างหนึ่งของเธอแล้วลากไปที่เก้าอี้ ให้เธอนั่งบนเก้าอี้  (- -;;)

คนที่นั่งแถวนั้นหนีหมด - -;;

ผมต้องนั่งรกเลยไปอีกหลายสถานีในสภาพที่โดดเดี่ยวน่าหวากหวั่นเหมือนอยู่ในนรก

"สถานีต่อไปคือสถานีบูเพียง สถานีบูเพียงค่ะ ผู้โดยสารที่จะลง..."
ในที่สุดก็ถึงซะที ว่าแต่ ผมจะทำยังไงกับเธอดี??

ผมลองปลุกเธอดูแต่เธอไม่ยอมตื่น

Shit,ไม่มีทางเลือกนี้ครับ ผมแบกเธอไว้บนหลังแล้วลงจากรถไฟ ตอนแรกนึกว่าเธอจะผอมเพรียวไม่ใช่เลยครับ ขนาดผมออกกำลังอยู่ทุกวันนะเนีย ออกกำลังโดยการหายใจน่ะ... ^^;

แต่!!! ช่วงแรกที่แบกเธอน่ะมันยังโอเค แม้เธอจะเมาแต่ผมก็รู้สึกดีอยู่แม้ว่าเธอจะมีอาการเมาเหล้า แต่ผมก็รู้สึกถึงอะไรนิ่มๆที่มาสัมผัสอยู่บนหลัง การที่ได้สัมผัสเพศตรงข้ามมันรู้สึกดีเสมอ แต่แค่ไม่นาน ไม่ว่าจะสัมผัสอะไรผมก็คิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น ผมต้องทนเดินไปเรื่อยๆ แบกเธอไว้บนแผ่นหลังและยิ่งกว่านั้นตอนขาขึ้นบันได ขาของผมสั่นทุกครั้งที่เดินก้าวไป

ฮือ ~ !  TT.TT;;

จะโยนทิ้งไว้แถวบันไดแล้ววิ่งหนีไปเลยดีมั้ย

ผมได้แต่คิดเท่านั้นเดินออกมาเรื่อยๆ จนถึงสถานีบูเพียงสะแควร์ เหงื่อจากหน้าผากไหลเข้าในตา ผมแสบตามาก และทั้งตัวก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ผมยืนอยู่ตรงกลางบูเพียงสแวร์และมองดูฟ้า
แม่จ้า ~ ~!!!

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ผมต้องทำยังไงดีนะครับ ???

ผม ?? ไม่ใช้คนเลวร้ายขนาดนั้นผมไม่หิ้วผู้หญิงเมาแอ๋และแน่นอนอย่างยิ่งไม่ชอบแบกเธอขึ้นหลังแถมยังเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักสะอีก !!! ยิ่งกว่านั้นเธอไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ผมไม่อยากทำอะไรกับผู้หญิงแบบนี้ แต่ถ้าผู้หญิงคนนี้ตื่นละก็ ไม่แน่นะครับว่าผมอาจทำอะไรกับเธอบ้างก็ได้  หึหึ ~ ! ^ ^;

มันเป็นโอกาสที่ดีไม่ใช้เหรอครับ ??

ต้องจัดการกับผู้หญิงคนนี้เหรอครับ ??

ครับ เข้าใจแล้วครับ ขอบคุรที่แนะนำ

มีทางอื่นอีกมั้ยครับ ?

ผมแบกผู้หญิงที่สลบแล้วหาป้ายที่เขียนว่ามีห้องว่างในซอยนั้น ซอยนี้ คนที่เดินผ่านไปมา มองผมด้วยสายตากังขา เป็นเรื่องจริงที่ว่ากันว่าเวลาต้องการอะไร มันมักหาไม่เจอ ปกติเห็นมันอยู่ทุกวัน แต่วันนี้ไม่เห็นที่พักหรือโมเต็ลเลย

"ว้าว!!! ทางโน้น ! อยู่ทางโน้นนนน~ !!!"
              เจอแล้วครับ 'ออกซูจัง' ป้ายนีออนโฆษณาส่งแสงอยู่ น้ำตาแห่งความปิติไหลพรากลงมา  ~ ~ไหลลงมา TT.TT ;;

ผมสูดลมหายใจลึกๆ ด้วยความดีใจไปพร้อมๆกัน !!
"ผมหาเจอแล้ววววววววว ~ ~ ~ !!!!"

My sassy girl 1 การรู้จักกันเรื่องแรก/1

     

MY SASSY GIRL 

ตอนที่ 1 การรู้จักกันเรื่องแรก 

        ที่กรุงโซลเมื่อเราเอ่ยถึงอาหารชนิดใดชนิดนึก เราก็ต้องอ้างถึงย่านนั้นด้วย

            เมื่อพูดถึงตอโปกี ?? ต้องที่ชินดง !!

เมื่อพูดถึงโจกบัล ล่ะ?? ก็ต้องจังชุงดง !!

แต่ถ้าถึงซุนแด ??

ใช่ครับถ้าเราพูดถึงซุนแด ก็ต้องก็ต้องนึกถึงที่ซินลิมดงนะครับ

แม้ว่าจะได้อยู่ที่ โซล ก็คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักซินลิมดง

แถมตอนนี้ก็ยังมีตึกใหญ่ๆ ที่มีชื่อด้วยว่า ซุนแดทาวน์แต่ช่วงต้นปี 1990 ซึ่งตอนที่ผมเรียนมัธยมปลาย ย่ายที่ขายซุนแดนั้นมันเหมือนกับร้านอาหารในตลาด

มีแต่ร้านที่ขายซุนแดเต็มไปหมด ทำให้ท้องฟ้าเหมือนถูกปิดกั้นด้วยเต็นท์ที่เก่าจนมีรอยรั่วทั่วไปหมด ในเต็นท์ที่เก้าอี้ไม้ขาสูงแต่ขาหนึ่งหักจะล้มแหล่มิล้มแหล่ ถ้าทรงตัวเวลานั่งไม่ดีก็ล้มแน่ครับ กับโต๊ะเขลอะๆ ตัวนึง

แถมยังมีป้าเจ้าของร้านที่ใช้ทั้งน้ำเสียงและท่าทางเพื่อเรียกลูกค้า บรรยากาศที่จอแจเหมือนเดิม แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกอบอุ่นเหมือนเดิม

นี่ แก ! ออกมาจากกรมเมื่อไรกัน ถึงเพิ่งจะติดต่อมาตอนนี้เนี่ย

ฉัน ??? ยังไม่รู้ว่าแกออกมาจากกรมตั้งแต่เมื่อไร

พวกแกเป็นเพื่อนของฉันจริงรึเปล่า ?? ถึงไม่รู้ว่าฉันออกมาจาก กรมทหารแล้ว

แกไม่ติดต่อกับเราต่างหาก ! เลิกคบเลยดีมั้ย

ฮ่าฮ่าฮ่า ~ แกนี่ ! นิสัยยังเหมือนเดิมเลยนะ !! โอเค ยอมแพ้ๆ ขอโทษทีนะ ฉันต้องไปเรียน และปรับตัวเข้ากับสังคมเลยไม่ค้อยว่างน่ะ

แกนี่ ! ไปเป็นทหารกลับมาแล้วยังเหมือนเดิมเลยนะ

ไปเป็นทหารอายุก็มากขึ้น แถมยังเหนื่อยด้วยใช่มั้ย

ใช่แล้ว ขอบใจนะที่เข้าใจ เอาอีกแก้ว ซิ

ข้าง ๆ ผมมีเพื่อนสองคนซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ

คืออะไรเหรอครับ ??

นั่นน่ะสิครับ ??? ช้างน้อยเหรอ .... !   ^ ^ ;

ผมไปเป็นทหารค่อนข้างช้า หลังจากไอ้เพื่อนพวกนี้ออกมาจากกรมทหารกันหมดแล้ว เราจึงเจอกันในฐานะเป็นคนธรรมดาวึ่งพวกเราก็ไม่ได้เป็นทหารมาเกือบ 4 ปีแล้ว

เกียนอู แกมีแฟนรึยัง ?”

นี่ ! ฉันเพิ่งออกมาแค่สองเดือนเอง จะหาแฟนได้ที่ไหนวะ !”

แกนี่ สมัยนี้สองเดือนเขาก็สร้างกำแพงเมืองจีนได้แล้ว

แกยังดื่มด่ำกับสังคมนี้ไม่พอเว้ย

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า !!”

เวลาที่ผู้ชายนั่งกินเหล้ากันแล้ว เคยเห็นใครไม่คุยกันเรื่องผู้หญิงบ้างมั้ยครับ ??

ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะมีฐานะทางสังคมสูงต่ำซักแค่ไหน ก็ไม่เห็นมีที่ไม่คุยเรื่องผู้หยิงกันเลย!!

ถ้าเคยเห็นก็บอกผมหน่อยนะครับ !!! จะไปขอเลี้ยงเหล้าซะหน่อย ...... ^ ^;

แต่ผู้หญิงเองก็เหมือนกันใช่มั้ยครับ ? ผู้หยิงคุยเรื่องผู้ชายน่ะไม่ใช่แค่ตอนนั่งกินเหล้า ตอนที่นั่งดื่มชาก็คุยด้วย.....

อย่างไรก็ตาม !! ได้เจอกับเพื่อนเก่าแล้วเมาคุยกันเนี่ย ทำให้ผมแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าเวลาผ่านไปเร็วขนาดนั้นนี่ก็ 4ทุ่มแล้ว

นี่ ! ฉันต้องไปก่อนน่ะวันนี้ต้องไปทักทายอาที่บ้าน

เหรอ ? งั้นแกก็รีบไปเถอะ

เกียนอู แกต้องติดต่อมาบ่อยๆ นะ ไม่งั้นเราจะทิ้งให้แกเป็นหมาหัวเน่าแน่

ฮ่าฮ่า  ~ ! โอเค เข้าใจแล้วน่า ~ ~  เจอกันวันหลังนะ

นั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนช้างน้อยอย่างสบายๆ ถึงจะรู้สึกเมานิดหน่อย แต่ผมก็ยังกลับบ้านไม่ได้ ต้องไปทักทายอากับย่าให้รู้ซะหน่อยว่าออกมาจากกรมทหารแล้ว เลยต้องขึ้นรถไฟฟ้าไป

จากสถานีชินลิมถึงสถานีบูเพียงต้องเปลี่ยนรถไฟสาย 1ที่สถานีชินโดลิม เพื่อให้ไปถึงเร็วที่สุด

แต่เวลานั่นเนี้ย สถานีชินลิมมีคนเยอะมากจนแทบไม่มีที่เดินยิ่งเป็นวันเสาร์ด้วยแล้ว

คุณลุงคนหนึ่งพาดเสื้อนอกไว้บนบ่าเดินเป๋ไปเป๋มา ดูเหมือนจะเมาเหล้าเพื่อหลีกหนี จากความเคร่งเครียดของช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมากและยังมีพวกคู่รักที่จับมือกันแน่น

อ้าว !!! ที่โน้น .....ทะ.....ท..ะ....ที่โน่นน่ะ !!!

ผู้หญิงคนหนึ่งเมาแอ๋หมดสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน ที่ข้างๆ เธอก็มีไอ้ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนเป็นแฟนของเธอ กำลังนั่งปลอบประโลมวุ่นวายอยู่

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า !!!! น่าดูจังเลย

ทันใดนั้นเอง ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มร้องไห้ ! หึหึหึ ~ ~ !

ฮือฮือ  ~   ! ซี๊ด   ~   ! ฮือฮือ ~  !”

ร้องไห้ทำไม ? อย่านะ นะ? อย่าร้องน่ะ ~  !”

คนที่กำลังรอรถไฟฟ้าทุกคนมองดูคู่นั้นอยู่ ผมเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เรื่องแบบนี้ต้องดูใกล้ๆ ดีกว่า น่าสนุกแล้วใช่มั้ยครับ !!

เวลาที่ดูไฟไหม้ เวลาที่ดูคนทะเลาะกัน และเวลาที่ดูพี่สาวข้างๆบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ .... ^ ^; เรื่องนี้เป็นอันดับรองลงไปจากเรื่องพวกนั้นมันน่าสนุกจังเลย

ติ๊ด ๆ ๆ ตีด ๆ ๆ   ~  ~ ! รถไฟฟ้าสายอินชอนมาแล้ว

โธ่ !!! รถไฟกำลังจะมาอยากดูก็อยากดู แต่ตอนนี้ก็ดึกแล้วผมต้องรีบไปเดี่ยวนี้  ผมเลยต้องจำใจขึ้นรถไฟไป ท้ายที่สุดหนุ่มสาวคู่นั้นก็ไม่ได้ขึ้นรถมา แหม น่าเสียดายจัง ~ !

ในรถไฟฟ้าอุณภูมิสูงมากกว่าอุณภูมิเดือนพฤษภาคมมาก เพราะผสมปนเปไปด้วยไอร้อนที่ออกมาจากร่างกายคน ข้างหน้าผมมีคุรป้าคนหนึ่งยืนแบกเด็กไว้บนหลัง

เข้าใจว่าทุกคนในนี้เหมื่อยมากเพราะคนแน่น แต่น่าจะสละที่ให้นั่งบ้าง มันจะเกินไปแล้วนะ

เด็กที่หลับอยู่บนหลังคุณแม่ จู่ ๆ ก็เริ่มร้องไห้ซะอย่างนั้น

คนที่มองไปข้างหน้า คนที่มองไปข้างๆ หรือคนที่อ่านหนังสือพิมพ์ผมมองผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ อย่างไรก็ตามทุกคนในที่นี้หันหน้าไปมองดู คุณป้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เมื่อเด็กเริ่มร้องไห้

ก็ให้คุณป้านั่งสิวะ  โธ่เว้ย !”

คุณป้าซึ่งเป็นแม่ของเด็กรู้สึกผิดจึงพยายามกล่อมเด็กให้หลับ

ผมยื่นอยู่ด้านหลังของคุณป้าคนนี้ จึงมองหน้าเด็กได้ ถนัดตา และได้ยินเสียงบ่นพึมพำของแกคุณป้าดูน่าสงสารจัง

ผมจะช่วยคุณป้าเอง

จะทำให้ไงให้เด็กหลับดีล่ะ

ต่อยสะเลยดีมั้ย

ไม่หรอก ทำยังงั้นเด็กอาจจะร้องไห้อีก

แล้วจะทำยังไงดีล่ะ......?

อ่อ ! รู้แล้ว !!!!!!!

ผมกินซุนแดและโซจู แล้วในปากผมยังมีกลิ่นเหล้าอยู่ หึหึ....!

ยังเป็นเด็กทารกอยู่ ถ้าได้กลิ่นเหล้าละก็ จะต้องนอนหลับสนิทแน่เลย อืม.......

ผมยื่นปากไปใกล้กับหน้าของเด็ก เด็กหันมามองผมอยู่แวบหนึ่ง ผมยิ้มให้อย่างอบอุ่นแบบนี้

^________________^

หลังจากสูดหายใจลึกๆ แล้วผมก็พ่นลมหายใจออกมา ตรงหน้าเด็ก

ฮ้าาาาา   ~  !

แง แง แง แง  ~  ฮือฮือ  ~  ~  แงแงแงแง ~”

 เฮ้ย !”

เมื่อกี้แค่ร้องเบาๆ แต่ตอนนี้เด็กกลับแผดร้องไห้จ้า

ซวยละ ! แม่ของเด็กหันหลังกลับมาแล้วมองผมแวบนึง ผมรีบแกล้งทำเป็นอ่านป้ายโฆษณาบนผนังรถไฟ

ในที่สุดก็สถานีต่อไป คุณป้าออกไปแล้ว

ผมต้องการจะให้เด็กหลับเพื่อคุณป้า ผมบริสุทธิ์ใจจริงๆ นะครับ!! เชื่อผมสิ !!

สถานีต่อไปชินโดลิมผมต้องลงตรงนี้ เพราะผมจะต้องเปลี่ยนเส้นไปอินชอนเป็นรถไฟสายที่ 1 ปกติสถานีที่เปลี่ยนเส้นทางจะมีคนเยอะ จนทำให้บางครั้งโดนเหยียบเท้าหลายหนตอนที่จะเดินไปถึงชานชาลา แต่วันนี้ผมมาเวลาดีเลยทำให้มีคนน้อย ซึ่งไม่เหมือนกับสถานีชินลิม

ผู้โดยสารไม่มากแถมยังสงบเงียบดีด้วย ผมกำลังรอรถไฟฟ้าสายอินชอนอยู่มีผู้หญิงยืนข้างๆ ผมแถมเมาเหล้าแบบเต็มๆ เลย

อืม....ขอดูหน่อยนะ....

ผมขอดูผู้หญิงคนนั้นที่ตีสนิทกับเสาเนื่องจากอาการเมาของเธอ

ว้าว    ~   ! ! สวยใช่เล่นเลย......  ! ! !   O,.O

ถึงผู้หญิงคนนี้จะไม่สวยเท่าดาราทีวี แต่ก็มีความสวยที่ทำให้รู้สึกดูดีมีเสน่ห์ และ เรียบร้อยใส่ กางเกงยีนส์ที่มีสีตกพอดี ใส่เสื้อสีเหลืองและแบกกระเป๋าเป้สีม่วง

ดูแล้วอายุประมาร 24 หรือ 25 ยืนพึ่งบารมีเสาอยู่ แต่เมื่อตัวเธอโยกไปมา ผมที่ยาวลงมาถึงไหล่ก็สะบัดไปมาเหมือนกับภาพในโฆษณาแชมพู

ถ้าเธอไม่ออกอาการเมาละก็ เธอจะเป็นสาวสวยที่มีเสน่ห์มากพอที่จะจีบซักครั้งนึงเลยนะ น่าเสียดายจัง  ~ !

ผมคิดอยู่ขณะมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ดวงตาที่สลึมสะลือด้วยฤทธิ์เหล้า หัวเธอสัปหงกโขกเสา เป็นครั้งคราว

อุอูก......อุอูกกกก......อุอุอออูก......อูก  ~ !”

ตายละวา! เธอท้องด้วยหรอ? แถมจะอ้วกอีก...!  รถไฟฟ้าสายอินชอนมาถึงแล้ว ผู้หญิงขี้เมาคนนั้นกับผมเข้าประตูเดียวกันแน่นอนที่เราไม่รู้จักกัน ผมเลยเดินเข้าไปยืนที่ประตูฝั่งตรงข้าม

ปลายเก้าอี้ทั้งสองฝั่งจะมีเสาเหล็กขนาดประมาณข้อมือของเด็กทารถใช่มั้ยครับ? หน้าที่ของมันก็คือ เอาไว้ค้ำเก้าอี้แต่อีกหน้าที่หนึ่งก็คือให้ผู้โดยสารยืนพิงด้วย

และระหว่างเสานี้กับผนังรถไฟฟ้ายังมีบาร์เดี่ยวที่ตั้งในแนวนอนไว้สูงระดับเอวของผู้ใหญ่โดย ปกติพวกเราส่วนมากยืนพิงหลังหรือก้นไว้ที่บาร์นี้ใช่ไหมครับ? บางทีนั่งเก้าอี้ข้างๆ แล้วก็วางแขนไว้ที่บาร์นี้ บางครั้งอาจมีสาวสวยเอาก้นมาหนุนอยู่บนบาร์ Oh Yeah ~ ! ^ ^;

ผู้หญิงคนนั้นยืนเอาตัวพิงบาร์เหล็กทันทีที่ขึ้นรถไฟฟ้าซึ่งไม่เหมือนกัยคนอื่นๆ ที่เอาหลังพิง แต่เธอกลับเอาพุงมาพิงที่บาร์ -_-;

ฮ่าฮ่าฮ่า ~ ~! พิลึกจริงๆ แม่คนนี้

แต่ท่าทางของเธอทำให้รู้สึกอันตรายมากกว่า เพราะท่อนบนของเธอมันสัปหงกอยู่ ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้อีกเดี๋ยวหัวเธอต้องชนกับหัวของคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าแน่ๆ นั่นหมายความว่าหัวผู้หญิงคนนั้นจะโขกกับหัวคนที่นั่งเก้าอี้


 

12月26日

เพื่อนตามความคิดคุณคืออะไร?

 เพื่อนตามความคิดคุณคืออะไร?

เค้ามีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหน
“เทียบกับคนรักของคุณได้บ้าง ฤ เปล่า”

ฉันมีบ้างอย่างอยากจะเล่าให้ฟังแค่นั้นเอง

มีนาฬิกาปลุกอยู่เรือน 1
มันทำหน้าที่ของมันทุกวัน
ทั้งเข็มยาวเข็มสั้น….
ยังคงเดินทางรอบหน้าปัดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ตอนเช้าๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันจะส่งเสียงกวนประสาท
เสียงที่ทำให้เราต้องตื่นจากความฝันแสนหวาน
เราตอบแทนมันโดยการเอื้อมมือไป ควานหา”ตบหรือกดมันอย่างแรง”
ด้วยความรำคาญ เพื่อให้มันเงียบ
ทั้งๆที่มันก็ช่วยให้เราไม่ไปผิดนัดสำคัญๆอยู่เสมอ
และถ้ามันเผลอปลุกเราในวันพักผ่อน
บางทีเราอาจจะขวางมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ
ทั้งๆที่เราก็เป็นคนตั้งเวลาเอาไว้เอง

บ้างครั้งเราก็มั่วทำอย่างอื่นที่เราเห็นว่าสำคัญ
มากเสียยิ่งกว่า
“นาฬิกา” ที่มันตั้งอยู่ที่เดิมของมันทุกวัน
เราไม่ใส่ใจมันเท่าไรหรอก จะสนใจมันแค่ตอนเรา
“อยากรู้เวลาก็เท่านั้นเอง”
จนกระทั่งวันนึง
นาฬิกาเดิมๆเรือนนั่นมันเงียบหายไป
คุณไม่รู้หรอกว่ามันเงียบไปเมื่อไร
คุณจำไม่ได้หรอกว่าตอนมันเดินครั้งสุดท้าย คือ ตอนไหน
คุณได้แต่โทษมันในเช้าวันนั้นว่า
“ไอ้นาฬิกา เฮงซวย..ทำไมถึงไม่ปลุก”
ทั้งที่มันเงียบไปเพราะคุณ………

คุณว่าไหม ว่า
“เพื่อนมันเหมือน “นาฬิกาปลุกเนอะ…”

ทำไมนะเหรอ……….
คุณคิดดูสิ---
ความรักระหว่างเพื่อนก็เหมือนการเดินของเข็มนาฬิกานะ
เดินอยู่ที่เดิมๆๆๆๆๆ แต่ก็เดินไปได้เรื่อยๆๆ ไม่เหนื่อยไม่เบื่อ
บางครั้งเพื่อนก็เตือนเรา
บอกเรา แนะนำเราไนบางเรื่องที่เราควรจะฟัง
แต่เรากลับรำคาญมัน
พูดทำร้ายน้ำใจเค้า หรือทำให้เค้าเสียใจ
เพราะคิดว่าคำพูดเตือนของเค้าทำให้คุณรำคาญ
ถึงแม้บางทีคุณก็ทำไปเพราะไม่ได้ตั้งใจ
แต่ลองสังเกตสิ
สิ่งที่เพื่อนๆคุณเตือน(ด้วยความหวังดีนั้น)
บางทีกลับช่วยคุณได้หลายๆเรื่อง

หลายครั้งหลายคราว
ที่คุณมัวแต่ทำเรื่องอื่น
ให้ความสำคัญกับคนอื่นๆๆ
และมองข้ามความสำคัญเพื่อน
เพราะคุณคิดอยู่เสมอว่า……..
ความรักของเพื่อน มันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา
เช่นเดียวกับ นาฬิกา…
ที่มันจะเดินไปอย่างนั้น…เหมือนทุกๆวัน
แต่คุณคงลืมไปว่าสักวัน
ถ่านที่คุณใส่ไว้มันก็ต้องหมด
นาฬิกาไม่ได้ละเลยหน้าที่ของมัน
หากเพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป
มันจะเอาแรงที่ไหนเดินหากไม่มี แบตเตอร์รี่
เช่นเดียวกันกับเพื่อนของคุณ
แม้เค้าจะรักและปรารถนาดีกับคุณมากแค่ไหนก็ตาม
หากคุณเองไม่เคยใส่ใจ
หลงลืมไปว่ายังมีเค้าอยู่
ก็เปรียบเหมือนดังนาฬิกา
ที่มันไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของมันหรอก
หากแต่เพียงคุณเองที่ไม่เคยจะเอาใจใส่
นาฬิกาเก่าๆเดิมๆเรือนนั้นเลย
ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะหันกลับมามอง
มองดูนาฬิกาเรือนเดิม
ไม่สายไปใช่ไหมที่คุณจะใส่ถ่านให้มันอีกครั้ง
และไขลานให้มันเดินดังเดิม
เพื่อให้นาฬิกาเรือนเดิม
กลับมาทำหน้าที่หน้าเบื่อเดิมๆ
อักสักครั้ง

12月6日

น้ำแข็งกับนาฬิกาทราย

น้ำแข็งกับนาฬิกาทราย
นานมาแล้ว โลกเป็นเพียงวัตถุทรงกลมเรียบๆเปล่าๆ ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจาก
น้ำแข็งก้อนใหญ่กับนาฬิกาทรายเรือนยักษ์ที่มีปลายเปิดสามารถปล่อยทรายออกได้อย่างเดียว
น้ำแข็งกับนาฬิกาทรายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก ร่วมทุกข์ร่วมสุข
จนทั้งคู่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความงดงามของน้ำแข็ง
ทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนม
ใกล้ชิด ความเย็นชาจากน้ำแข็งก็ทำให้นาฬิกาทรายต้องผิดหวังทุกทีไป
วันหนึ่งนาฬิกาทรายทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรง ถึงขั้นแตกหัก
นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจหนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่านาฬิกาทรายกับน้ำแข็งก็ยังไม่คืนดีกัน ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก
จนมาวันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้โลกจะต้องแตกออกเป็นสองส่วน
น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกเป็นสองส่วนแล้ว ก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล
แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่ น้ำแข็ง จึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆแทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย
ดวงจันทร์โคจรผ่านมา น้ำแข็งจึงถามว่าอีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง ดวงจันทร์บอกว่า
นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทันเพราะโลกกำลังจะแยก จึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกของโลก
เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีก
ทันทีที่รู้ น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทราย........
สายเกินไป ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว
เมื่อน้ำแข็งมาถึงก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย "ฉันรักเธอ"
ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งหมดลงทันที น้ำแข็งจึงเริ่มละลายในขณะ
ที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยน
คอยโอบอุ้มผืนทรายที่บริสุทธิ์ อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้
11月26日

ทำไมเวลาฝนตกเราถึงรู้สึกเหงา

ทำไมเวลาที่ฝนตก เรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก เราผูกพันและบางครั้งก็รู้สึก เหงาด้วย

เมื่อก่อนนี้ ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำ เป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสามอยู่ใกล้ชิดติดกัน จนกระทั่งโลกได้กำเนิดพืชและสัตว์ขึ้น แผ่นดินและผืนน้ำก็มัวแต่ดูแลเอาใจใส่พืชและสัตว์ จนละเลยและไม่สนใจท้องฟ้า ท้องฟ้าก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ และถอยตัวห่างออกไป ห่างออกไปทุกที ทุกที จนถึงวันที่มีนกตัวแรกออกโบยบิน แผ่นดินและผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกล แผ่นดินและ ผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้า แต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ยิน

นกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกกับท้องฟ้า นกก็บินขึ้นสูง สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียก แต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป ไปไม่ถึงท้องฟ้า แต่นกก็สัญญาว่า ต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อนำข่าวจากแผ่นดินและผืนน้ำไปบอก ผืนน้ำและแผ่นดินรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนได้ห่างออกไปไกล และคิดถึงเพื่อนเหลือเกิน ผืนน้ำพยายามที่จะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า แผ่นดินพยายามยกตัวสูงจนตั้งตระหง่าน แต่นั่นก็ยังสูงไม่พอ ยังไม่ใกล้ท้องฟ้า

พระอาทิตย์ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาโดยตลอด ก็บอกกับทั้งสองว่า "เราอาจจะช่วยพวกเจ้าได้" พระอาทิตย์จึงอาสาช่วย โดยการส่องแสงลงมายังผืนน้ำและแผ่นดิน ทำให้ระเหยกลายเป็นไอ ลอยไปรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ ลอยขึ้นไปบอกข่าวแก่ท้องฟ้า เล่าเรื่องราวต่าง ๆ เป็นรูปตามที่แผ่นดินและผืนน้ำได้พบเจอมา และบอกว่าแผ่นดินและผืนน้ำคิดถึงมาก อยากให้ท้องฟ้าลงมาสนิทแนบชิดเหมือนเมื่อก่อน

ท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็กลับลงไปไม่ได้ "ฉันกลับลงไปไม่ได้หรอก เพราะฉันเติบโตขึ้น และอยู่สูงเกินไป ลงไปไม่ได้แล้ว ฉันได้แผ่ขยายตัวเองจนกว้างขวาง ที่ฉันทำได้ก็เพียงแต่เฝ้ามองดูอยู่ไกลๆ และโอบกอดแผ่นดินและผืนน้ำไว้อย่างอ่อนโยนเท่านั้น และถึงแม้จะมีนกบินมาส่งข่าว แต่ฉันก็ยังคิดถึงแผ่นดินและผืนน้ำ และอยากจะบอกกับทั้งสองว่า ฉันเองคิดถึงเพื่อนมากมายเพียงใด

ก้อนเมฆก็ตอบว่า "อยู่บนนี้นานๆ ก็เหงาเหมือนกัน บางทีก็อยากกลับลงไปข้างล่างบ้าง"

ท้องฟ้าเลยบอกว่า "ฉันก็เหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันกลับลงไปไม่ได้ แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งเจ้ากลับลงไป และความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้า"

จากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกัน และรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้า แล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งผ่านความรัก ความคิดถึงมายังแผ่นดินและผืนน้ำ จึงไม่แปลก ถ้าเมื่อใดที่ฝนตก แล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารักคนที่เร ผูกพัน และบางครั้ง ท้องฟ้าก็ส่งความเหงาลงมาด้วย